NBC's Investor News

เอ็นบีซีกำไรปี52 พุ่ง 156% จ่ายปันผลเพิ่ม 18 สตางค์

 เอ็นบีซี โชว์กำไรปี 2552 พุ่ง 156% สูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัท ประกาศจ่ายปันผลเพิ่มอีก 0.18 บาท  พร้อมเพิ่มช่องทางรับชม เนชั่น แชนแนล ระบบ C-Band เพิ่มฐานผู้ชม 2 ล้านครัวเรือน คาดออน แอร์  " Mango TV  "  สมาร์ท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  แชนแนล   เม.ย.นี้  ตั้งเป้ารายได้ตลอดปี 53 ขยายตัว 20%


 นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (เอ็นบีซี) เปิดผลการดำเนินงานงวด 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2552 มีกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท หรือ 0.56 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 26.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 156% โดยมีรายได้จำนวน 463.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.58%


 รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากโฆษณาโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 15% รายได้จากการขายโฆษณาวิทยุเพิ่มขึ้น 104.09% เนื่องจากในปี 2552 มีสถานีวิทยุ F.M. 102.0 MHz เพิ่มขึ้นอีก 1 สถานี และรายได้ค่าบริการธุรกิจ New Media เพิ่มขึ้น 637.13% เนื่องจากการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่


 ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับปี 2552 จำนวน 397.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาจาก เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 23.83% ส่วนใหญ่เกิดจาก ต้นทุนการให้บริการของ ธุรกิจ New Media เพิ่มขึ้น 372.09% รวมทั้งต้นทุนการผลิตรายการใหม่ ได้แก่ รายการ เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า และสารคดีแม่น้ำโขงสายน้ำพยศที่เกิดขึ้นในระหว่างปี 2552 และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.01%


 "ธุรกิจทีวี โดยเฉพาะ เนชั่น  แชนแนล รายได้เพิ่มขึ้นถึง 70% โดยมีรายได้  100 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันเอเยนซี่โฆษณา และบริษัทใหญ่ๆให้ความสนใจโฆษณาผ่านทีวีดาวเทียมมากขึ้น เพราะตรงเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการ และที่สำคัญราคา ต่ำกว่าฟรีทีวีหลายเท่าตัว ซึ่งเนชั่น แชนแนล เป็นทีวีที่มียอดโฆษณาเติบโตสูงที่สุด และสูงกว่าอุตสาหกรรมทีวีระบบเคเบิ้ล"นายอดิศักดิ์ กล่าว


 นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเนชั่น แชนแนล มีฐานผู้ชมประมาณ 3.5 ล้านครัวเรือน  โดยผ่านช่องทางการรับชมต่างๆ เช่น เคเบิล ท้องถิ่น จานดาวเทียม และในปีนี้คาดว่าจะมียอดผู้ชมเพิ่มอีก 2 ล้านครัวเรือน  จากที่ได้เพิ่มช่องทางการออกอากาศ ผ่านดาวเทียมไทยคม ในระบบ C – Band (จานดำ)   และระบบ  KU-Band ( จานเหลือง DTV ) นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับชม เฉพาะผู้ที่ติดตั้งจานดาวเทียม ของ บริษัท PSI  ที่ใช้เครื่องรับสัญญาณ รุ่น O2 สามารถชม เนชั่น แชนแนล ได้ในลำดับช่อง หมายเลข 5 รวมถึง ผู้ชมที่ใช้จานดาวเทียม INFOSAT สามารถรับชมได้ในลำดับช่อง หมายเลข 7 นอกจากนี้ ยังชมได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง ของ บริษัท  3BB ด้วย ปัจจัยเหล่านี้จะสนับสนุนให้ฐานผู้ชมของเนชั่น แชนแนล เพิ่มขึ้น


 ปัจจุบันอัตราค่าโฆษณาผ่านเนชั่น แชนแนล หากเป็นช่วงเวลาปกติ โดยเฉลี่ยอยู่ที่นาทีละ 5-6 พันบาท และนาทีละ 8,000-10,000 บาท ช่วงไฟร์มไทม์ ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มค่าโฆษณา


 "เราเป็นสื่อทางเลือก ค่าโฆษณาเราพยายามจะปรับขึ้น ทุกวันนี้ค่าโฆษณาเนชั่น แชนแนล  สูงกว่าอุตสาหกรรมเคเบิ้ลทีวีอยู่แล้ว และผู้ประกอบการที่จะลงโฆษณาก็รับรู้อยู่แล้ว การลงโฆษณาผ่านเคเบิ้ลทีวี จะเน้นที่เป้าหมาย ผิดกับฟรีทีวีที่เน้นไปเรื่องของเรทติ้ง"นายอดิศักดิ์ กล่าว


 นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ เอ็นบีซี จะเปิดช่องทีวีใหม่อีก 1 ช่อง คือ  Mango TV  ซึ่งประกอบด้วยรายการ ประเภท ซอฟท์ นิวส์  และ สมาร์ท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  ตอบสนองผู้ชมระดับ B+ ซึ่งคาดว่า Mango TV จะออกอากาศอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนเม.ย.หรือ พ.ค.นี้ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนที่มาจากการขายหุ้นไอพีโอจำนวน 140 ล้านบาท

 "  1 มี.ค.นี้  Mango TV  จะเริ่มทดลองออกอากาศ โดยจะอยู่ในช่อง เนชั่น แชนแนล วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนทุกวัน เราเชื่อมั่นว่า ทีวีช่องนี้ จะถึงจุดค้มทุนภายในปีนี้ เพราะไม่ต้องลงทุนเพิ่มมาก และเรามีพันธมิตร ผู้ผลิตรายการที่มีคุณภาพมาช่วยด้วย เช่น Gen-X ที่ถนัดเรื่องเพลง ภัทราวดี เธียเตอร์ และ Fukduk TV ทีวีออนไลน์พันธุ์ใหม่ ที่จะมาช่วยสร้างสรรค์รายการของ Mango TV ให้เป็นรายการบันเทิงที่มีคุณภาพ ที่แตกต่างจากฟรีทีวี"


 นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ของเอ็นบีซี คาดว่ารายได้รวมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% ส่วนกำไรน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม โดยรายได้หลักจะมาจากเนชั่น  แชนแนล และจะพยายามหารายการใหม่ๆเพื่อเสนอในฟรีทีวีมากขึ้น ขณะที่รายการวิทยุ คลื่น Fm 102 เริ่มได้รับความนิยม เอเยนซี่ ให้การยอมรับมากขึ้น นอกจากนี้จะใช้  Social  Media  เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ชม และจะสร้างรายได้ในรูปแบบของนิวมีเดีย และการจัดอีเวนท์ต่างๆเพิ่มขึ้น


 "ปีที่แล้วเศรษฐกิจติดลบ เรายังสามารถทำสถิติสูงสุดของกำไรนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แล้วปีนี้เศรษฐกิจขยายตัว แน่นอนว่าโฆษณาก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าดีมากๆ"นายอดิศักดิ์ กล่าว
 
 จ่ายปันผลงวดสิ้นปีอีกหุ้นละ 0.18 บาท

 นายอดิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2553 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2552 ในอัตราหุ้นละ 0.33 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2552 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสิ้นปี 2552 อีกในอัตราหุ้นละ 0.18 บาทให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยปิดสมุดทะเบียนวันที่ 7 พ.ค. 2553 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พ.ค.2553


 คณะกรรมการบริษัทยังมีมติให้บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เสนอขายแก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ พนักงานของบริษัท(ESOP) จำนวน 8,500,000 หน่วย อายุ 3 ปี ใช้สิทธิ 1 ต่อ 1 ที่ราคา 3.69 บาทต่อหุ้น
 

Back to top