NBC's Business Ethic

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

  • ส่วนที่ 1
  • ส่วนที่ 2
  • ส่วนที่ 3
  • ส่วนที่ 4
  • ส่วนที่ 5

ส่วนที่ 1 สารจากประธานกรรมการ (Introductory Letter)

บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้มีกรอบที่ชัดเจนในการนำนโยบายนี้มาสู่ภาคการปฏิบัติ บริษัทฯจึงได้จัดทำคู่มือจริยธรรมสำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน คุณภาพ คุณธรรม รวมทั้งครอบคลุมในเรื่องของการดูแลผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างเคร่งครัด

คณะกรรมการเชื่อว่าการดำเนินงานโดยยึดถือหลักจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจนั้น จะส่งผลให้บริษัทได้รับความยอมรับจากทั้งลูกค้า, คู่ค้า และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวของพนักงานเอง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทก้าวหน้าและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับสังคมและประเทศชาติสืบไป

ประธานกรรมการ

ส่วนที่ 2 วิสัยทัศน์ ปณิธาน และ คุณค่าหลักขององค์กร (Vision and Mission)

วิสัยทัศน์ (Vision)

มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตข่าว และรายการที่ทรงคุณค่าเพื่อเป็นสถาบันสื่อแห่งอนาคต

ปณิธาน (Mission)
  1. "สร้างแรงบันดาลใจ"เป็นสถาบันผลิตนักข่าว, ผู้ประกาศข่าว และผู้ผลิตรายการ
  2. "สร้างสรรค์"สถานีข่าวโทรทัศน์ 24 ชั่วโมงให้ยืนยงอย่างมั่นคงใน"ใจ"ของทุกคนและเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และวิทยุที่ดีที่สุด
  3. "ก้าวไปข้างหน้า"ทุ่มเทพัฒนาให้เข้าถึงทุกนวัตกรรม New Media (สื่อรูปแบบใหม่ ) เพื่อสร้างโอกาสใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง
  4. "ดำรงความน่าเชื่อถือ"ที่เป็นคุณค่าสูงสุดขององค์กรและซื่อสัตย์ต่อจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน

1. จริยธรรมว่าด้วยความรับผิดชอบในวิชาชีพสื่อสารมวลชน

Nation Way 'ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา'

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ผ่านมาเครือเนชั่นได้ ยึดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชน เป็นประเพณีปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สื่อและผู้ปฏิบัติงานของสื่อต่างๆ ในเครือฯ ได้รับความเชื่อถือและศรัทธาจากสังคมมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามคับขันหรือในช่วงที่มีแรงกดดันทางการเมืองเราก็สามารถทำหน้าที่ของสื่ออย่างแน่วแน่โดยไม่ละทิ้งหลักการ

หลักปฏิบัติกองบรรณาธิการ (Nation Way) ถูกร่างขึ้นมาเพื่อกำหนดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพให้เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมร่วมกันสำหรับพนักงานทุกระดับของกองบรรณาธิการของทุกสื่อในเครือฯ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งจรรยาบรรณเบื้องต้นในการปฏิบัติหน้าที่ของ 'คนทำข่าว' ในทุกระดับ ตลอดจนการวางตัวในสังคมและความประพฤติทั้งระหว่างปฏิบัติหน้าที่และนอกเวลางาน

พนักงานฝ่ายข่าวของทุกสื่อในเครือฯ ต้องยึดหลักปฏิบัติต่อไปนี้อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้นเพื่อที่เราจะได้ช่วยกันธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อในเครือเนชั่นฯต่อไป

หมวดที่ 1 ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน

เพื่อให้ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ฝ่ายผลิตและฝ่ายอื่นๆ ในกองบรรณาธิการของทุกสื่อในเครือเนชั่นฯมีมาตรฐานทางด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพและเพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบของเครือเนชั่นฯ ที่มีต่อสังคม จึงกำหนดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพของสื่อในเครือเนชั่นฯ ดังนี้

  1. ต้องไม่ประพฤติหรือปฏิบัติการใด ๆ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

  2. ต้องไม่อวดอ้างหรืออาศัยตำแหน่งหน้าที่ เพื่อเรียกร้องสิทธิหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่ชอบธรรม

  3. ต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์ใดๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใดอันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

  4. ละเว้นการรับอภิสิทธิ์ หรือตำแหน่งหรือการตอบแทนในรูปแบบใดๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด อันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

  5. การเสนอข่าวและภาพของสื่อต่างๆ ในเครือเนชั่นฯ พึงตระหนักถึงความสำคัญ ของข่าวและภาพต่อสาธารณชน ไม่เสนอข่าวหรือภาพในทำนองชวนเชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

  6. ต้องใช้วิธีที่สุภาพและสุจริตในการหาข้อมูลข่าวสาร รวมถึงภาพต่างๆ

  7. การแสดงความคิดเห็นใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของบทความ ความเห็น หรือบทวิเคราะห์ พึงกระทำโดยบริสุทธิ์ใจและไม่มีพันธะกรณีอื่นใด นอกจากมุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำความคิดเห็น

  8. ละเว้นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่พิสูจน์ได้ว่ากระทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ

  9. เสนอข่าวด้วยความระมัดระวังและรอบคอบให้อยู่ในขอบเขตของศีลธรรมและวัฒนรรม พึงระวังไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของการเผยแพร่ข้อมูล หรือประกาศโฆษณาที่น่าสงสัยว่าจะเป็นภัยแก่สังคมหรือสาธารณชน

  10. หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ประกาศ หรือ โฆษณา ที่มีเหตุให้น่าเชื่อว่าเจ้าของประกาศโฆษณานั้น มีเจตนาทำให้ผู้อ่านหลงเชื่อในสิ่งที่งมงาย

  11. ภาษาที่ใช้ในข่าว บทความ ความเห็น หรือบทวิเคราะห์ พึงหลีกเลี่ยงคำที่ไม่สุภาพ มีความหมายเหยียดหยาม สร้างความรู้สึกเกลียดชังหรือความรู้สึกแตกแยกในสังคม

Back to top

หมวด 2 จริยธรรมของสื่อในเครือเนชั่น

ในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกสื่อในเครือเนชั่น ฯ ต้องยึดข้อบังคับต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

  1. การรายงานข่าว ต้องเสนอเฉพาะข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน รอบด้าน และต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนตีพิมพ์ ผู้สื่อข่าวตลอดจนบรรณาธิการข่าวที่เกี่ยวข้องต้องแสดงความพยายามในการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

  2. การพาดหัวข่าว และ โปรยต้องไม่ใช้คำพูดจนเกินจากข้อเท็จจริงในข่าว

  3. ข่าวทุกเรื่องต้องนำเสนอเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญ ห้ามใช้เป็น

  4. เครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะต้องไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข่าวจนคลาดเคลื่อนหรือเกินเลยจากความเป็นจริง และภาพทุกภาพที่จะนำลงตีพิมพ์หรือออกอากาศ ต้องเป็นภาพที่ได้จากสถานที่หรือเหตุการณ์จริงเท่านั้น ภาพหรือข่าวจะเป็นภาพที่มีการตัดต่อ ต่อเติม หรือตกแต่งไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยมือ หรือกระบวนการคอมพิวเตอร์กราฟฟิกใดๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาด

  5. ไม่เสนอข่าวหรือภาพด้วยความลำเอียง หรือมีอคติส่วนตนเป็นที่ตั้งหรือแอบแฝง

  6. ต้องไม่สอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวลงในข่าว

  7. การเสนอข่าวหรือภาพที่มีการพาดพิงอันอาจเกิดความเสียหายแก่บุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรใด ๆ ต้องพยายามให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสชี้แจงและแสดงข้อเท็จจริงด้วย

  8. ต้องไม่เสนอข่าวอย่างเลื่อนลอยปราศจากแหล่งที่มาชัดเจน ข่าวลือหรือข่าวจากแผ่นปลิว พึงระบุชื่อบุคคลที่ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย เว้นแต่จะมีเหตุอันควรปกปิดเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของแหล่งข่าว และต้องเป็นประโยชน์ต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของสาธารณชน

  9. ต้องปกปิดชื่อและฐานะของบุคคลที่ให้ข่าวไว้เป็นความลับ หากได้ให้คำมั่นแก่แหล่งข่าวนั้นไว้ เช่นเดียวกับการต้องปกปิดชื่อจริงของผู้ใช้ 'นามปากกา' หรือ 'นามแฝง' ในงานเขียนหรือรายงานด้วย

  10. ในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ ต้องหลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส

  11. ต้องไม่เสนอภาพที่อุจาด ลามก อนาจาร น่าหวาดเสียว หรือที่อาจละเมิดศีลธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม

  12. ในการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงและ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเท่าเทียมกัน

  13. ข้อความที่เป็นประกาศโฆษณาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์หรือที่ออกอากาศ ต้องแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นประกาศโฆษณา จะแอบแฝงเป็นการเสนอข่าวหรือความคิดเห็นมิได้

  14. เมื่อคัดลอกข้อความใดจากหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ต้องบอกที่มาของข้อความนั้น

  15. การเสนอข่าวต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์ หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหาย

  16. ข่าวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือมีผลถึงลัทธิความเชื่อของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนก่อนตีพิมพ์ หากไม่สามารถกระทำได้ พึงงดเว้นการเสนอข่าวนั้น

  17. เมื่อมีการเสนอข่าวผิดพลาด ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

Back to top

หมวดที่ 3 ความรับผิดชอบต่อผู้อ่าน ผู้ฟังและผู้ชม

หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของสื่อในเครือเนชั่นฯ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "สื่อในเครือฯ") คือหน้าที่ต่อผู้อ่าน ผู้ฟัง และผู้ชม เพราฉะนั้นต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ชมและสังคมเป็นหลัก ด้วยการ รายงานข่าวด้วยความเป็นธรรมและด้วยความรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวทุกคนจะต้องรายงานข้อเท็จจริงต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ได้รับมา และหากมีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นทันที

สื่อในเครือฯ มีหน้าที่โดยวิชาชีพที่จะต้องนำเสนอข่าวสารข้อมูลเพื่อประโยชน์ของผู้อ่าน ผู้ฟัง และผู้ชมเป็นหลัก ต้องไม่ใช้สถานภาพของการเป็นผู้สื่อข่าวแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือผู้อื่นโดยเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวคนใดตั้งใจเขียนหรือรายงานข่าวที่ไม่จริง ถือว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ชม และต่อวิชาชีพ ถือเป็นความผิดที่จะต้องได้รับโทษทางวินัยตามข้อบังคับของบริษัท

นอกจากนั้นในการปฏิบัติตัวต่อผู้อ่าน ผู้ฟัง และผู้ชม ทุกคนจะต้องเป็นไปอย่างสุภาพ อ่อนน้อม รายงานข่าวด้วยความโปร่งใสเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ไม่ละเลยความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่ผู้อ่านส่งมาที่กองบรรณาธิการ ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ ฯลฯ และควรมีการตอบรับอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

Back to top

หมวดที่ 4 ภาระผูกพันธ์ที่มีต่อวิชาชีพสื่อมวลชนและองค์กร

ชื่อเสียงของสื่อทุกประเภทในเครือเนชั่นฯ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่มีใครมีสิทธิ์นำชื่อเสียงของเครือเนชั่นฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

พนักงานของเครือเนชั่น ฯ ทุกคน โดยเฉพาะสื่อ ฯ ต้องไม่ใช้สิทธิพิเศษเพื่อการใด ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายจากกองบรรณาธิการ รวมถึงไม่ควรใช้บัตรพนักงานหรือบัตรนักข่าวไปเรียกร้องขอสิทธิพิเศษใด ๆ จากองค์กร หน่วยงาน หรือบริษัทต่างๆ

Back to top

หมวดที่ 5 หลักการทำข่าวและการปฏิบัติตนต่อแหล่งข่าว

สื่อในเครือฯ ควรปฏิบัติต่อแหล่งข่าวเป็นมาตรฐานเดียวกัน และด้วยความเปิดเผยเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อผู้อ่าน ผู้สื่อข่าวจะไม่นำเสนอข่าวที่เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใด ๆโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ต้องไม่แสดงอาการหรือคำพูดข่มขู่หากแหล่งข่าวไม่ต้องการให้ข้อมูล ไม่ให้คำสัญญาว่าจะเขียนข่าวให้หากได้รับความร่วมมือจากแหล่งข่าวหรือให้คำสัญญาใดๆว่าจะลงข่าวเมื่อไร รวมทั้ง ไม่ให้แหล่งข่าวตรวจดูต้นฉบับ ตลอดจนจะไม่จ่ายค่าตอบแทนให้แหล่งข่าวสำหรับการสัมภาษณ์ใดๆ

ผู้สื่อข่าวควรแนะนำตัวให้จะแจ้งชัดเจนแก่ผู้ที่ให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือการสัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์รับรู้อยู่แล้วผู้สื่อข่าวก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวว่าเป็นผู้สื่อข่าว

ระหว่างทำข่าวผู้สื่อข่าวไม่ควรแอบอ้างว่าเป็นบุคคลที่มีอาชีพอื่น เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ ทนายความ นายแพทย์ นักธุรกิจหรืออาชีพใดก็ตาม ยกเว้นหากเป็นกรณีจำเป็น เฉพาะหน้าหรือฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักข่าว แต่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบหลังจากนั้น

5.1 ผู้สื่อข่าวต้องเคารพต่อกฏหมาย

ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้สื่อข่าวต้องเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งหมายความว่าจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เสี่ยงต่อการละเมิดกฏหมายเพื่อให้ได้ข้อมูล เช่น บุกรุกเข้าไปในอาคารหรือที่พักอาศัยของผู้อื่น การขโมยข้อมูล เอกสาร หรือทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ อาทิ ฐานข้อมูล อีเมล์และข้อมูลเสียง ห้ามดักฟังโทรศัพท์ ขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ หรือแอบฟังการสนทนาของแหล่งข่าว

5.2 การสร้างความสัมพันธ์กับแหล่งข่าว

การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแหล่งข่าวเป็นสิ่งจำเป็น ถือเป็นทักษะที่ผู้สื่อข่าวจะต้องฝึกฝน แต่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าจะต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและรักษาความเที่ยงธรรมต่อทุกฝ่ายเสมอ และขณะที่ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแหล่งข่าว ผู้สื่อข่าวต้องมีวินัยในตัวเองอย่างมากที่จะรักษาระยะห่างกับแหล่งข่าวให้เหมาะสมไปพร้อมกันด้วย

การไปรับประทานอาหารหรือร่วมงานสังสรรค์กับแหล่งข่าว สามารถกระทำได้ในกรณีที่ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ได้รับการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาหรือบรรณาธิการ แต่พึงวางตัวให้เหมาะสมไม่เสนอแนะหรือเรียกร้องในสิ่งที่เกินความพอดี

การอยู่กับแหล่งข่าวสองต่อสอง ในสถานที่รโหฐานหรือที่ลับตา ต้องคำนึงถึงควมปลอดภัยผู้สื่อข่าว ที่อาจถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือล่วงเกินทางเพศด้วย

หากผู้สื่อข่าวรู้สึกว่าตัวเองมีความใกล้ชิดกับแหล่งข่าว รวมถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวต้องทำข่าวที่เกี่ยวกับญาติพี่น้อง หรือผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันทางใดทางหนึ่ง ควรปรึกษาบรรณาธิการหรือหัวหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการทำข่าวนั้น หรือต้องใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวประเภทนี้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรแจ้งให้บรรณาธิการข่าวทราบ และในทางกลับเพื่อรักษาความไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของข่าว หากบก.ข่าวเล็งเห็นว่าผู้สื่อข่าวคนใดมีความใกล้ชิดกับกับแหล่งข่าวมากเกินขีดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อข่าวกับแหล่งข่าว บรรณาธิการควรตักเตือนโดยอธิบายถึงนโยบายที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของหนังสือพิมพ์ให้ผู้สื่อข่าวทราบอย่างชัดเจน

5.3 การอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ

ในการรายงานข่าวที่มีความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของแหล่งข่าวหรือในกรณีที่แหล่งข่าวไม่ประสงค์ให้เปิดเผยชื่อ ผู้สื่อข่าวพึงระวังและปกปิดแหล่งข่าวจากผู้สอบถาม ยกเว้นผู้บังคับบัญชาโดยตรงหรือบรรณาธิการมีสิทธิ์ขอให้ผู้สื่อข่าวเปิดเผยแหล่งข่าวได้ในกรณีจำเป็น แต่ต้องช่วยรักษาชื่อ ตำแหน่งและข้อมูลของแหล่งข่าวเป็นความลับ

บรรณาธิการสามารถสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ลงข่าวของผู้สื่อข่าวที่ปฏิเสธจะเปิดเผยชื่อของแหล่งข่าว ในกรณีที่มีข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลและแหล่งข่าว

การปกปิดแหล่งข่าวด้วยเหตุผลทางด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัยของแหล่งข่าวถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้สื่อข่าวเพื่อสร้างความมั่นใจและความศรัทธาให้กับแหล่งข่าวต่อการปฎิบัติหน้าที่ของสื่อในเครือฯ

ในปัจจุบันเริ่มมีคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของ 'แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ' ในบางกรณีมีคำถามว่าแหล่งข่าวที่อ้างถึงมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือแหล่งข่าวที่อ้างถึงรู้ข้อมูลที่แท้จริงแค่ไหน หรือแหล่งข่าวที่อ้างถึงมีเจตนาให้ข้อมูลหรือความเห็นที่บิดเบือนเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือให้ร้ายแก่ผู้อื่นหรือไม่

เพราะฉะนั้นในการอ้างแหล่งที่ไม่เปิดเผยชื่อในกรณีที่เป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญ มีผลกระทบสูงหรือเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงของสังคม ขอให้ยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • อธิบายภูมิหลังของแหล่งข่าวเพื่อให้ผู้อ่าน หรือผู้ชมทราบถึงความสัมพันธ์หรือบทบาทของแหล่งข่าวดังกล่าวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

  • อธิบายให้ชัดเจนว่าแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อนั้นมีทัศนคติหรือแนวความคิดส่วนตัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือต่อตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างไร

ข้อยกเว้นสำหรับแนวปฏิบัติดังกล่าวจะมีได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาและบรรณาธิการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และต้องเป็นกรณีเฉพาะเท่านั้น

5.4 ความสัมพันธ์ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวไม่ควรเขียนข่าว ถ่ายภาพ หรือ ทำการตัดสินใจด้านข่าว เกี่ยวกับบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตน เช่น บิดามารดา บุตรธิดา คู่สมรส พี่น้อง รวมถึงเพื่อนสนิท หากได้รับมอบหมายให้ทำข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดดังกล่าวข้างต้น ผู้สื่อข่าวควรปรึกษากับบรรณาธิการเพื่อให้ผู้สื่อข่าวคนอื่นทำข่าวแทน

5.5 การเป็น 'นักเขียนร่วม' หรือ 'นักเขียนเงา'

ในที่นี้หมายถึงผู้สื่อข่าวไม่ควรเป็นนักเขียนร่วม หรือนักเขียนเงา (ghost writer) ให้กับแหล่งข่าวที่เคยสัมภาษณ์รวมไปถึงไม่ควรเกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาในการเขียนหรือรายงานข้อมูลใดที่เอื้อต่อประโยชน์ของแหล่งข่าวดังกล่าว

Back to top

หมวดที่ 6 สิทธิพิเศษและผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
6.1 การรับเชิญไปทำข่าวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ

ผู้บังคับบัญชาโดยตรงหรือบรรณาธิการจะเป็นผู้ตัดสินใจและมอบหมายให้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปทำข่าวหรือสารคดีทั้งในและนอกประเทศตามคำเชิญของแหล่งข่าวตามความเหมาะสม ผู้สื่อข่าวไม่สามารถตกลงรับเชิญเองได้

ผู้สื่อข่าวจะเรียกร้อง ขอร้องหรือตั้งเงื่อนไขใดเพื่อให้องค์กร บริษัท หรือหน่วยงานภายนอกส่งคำเชิญมาที่ตัวเองไม่ได้โดยเด็ดขาด หรือเก็บหมายงานไว้จนใกล้วันเดินทางแล้วจึงค่อยแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อให้ตัวเองได้เป็นผู้รับเลือกไป หรือในทางกลับกัน หัวหน้าฯ หรือบก. เรียกร้อง, หรือถือสิทธิ์ในการรับเชิญหมายทั้งที่ควรเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่เหมาะสมกว่าไปโดยไม่มีเหตุอันควรก็ถือเป็นข้อห้ามที่พึงละเว้นโดยเด็ดขาดเช่นกัน

ในกรณีที่มีการรายงานข่าวหรือบทความสืบเนื่องจากหมายที่ได้รับเชิญจากแหล่งข่าวในรายงานข่าวควรระบุให้ชัดเจนไว้ท้ายบทความหรือรายงานชิ้นนั้นว่าข้อมูลดังกล่าวได้มาจากที่ใดหรือใครเป็นผู้จัดการเดินทางครั้งนั้นให้ผู้อ่าน ผู้ฟัง หรือผู้ชมทราบด้วย

กรณีการรับหมายเชิญไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศแต่ละกองบรรณาธิการควรมีคณะกรรมการพิจารณาและจัดสรรผู้ที่ได้รับมอบหมายในแต่ละครั้งเพื่อความโปร่งใส เหมาะสมและเป็นการไม่ให้เกิดการผูกขาดการรับเชิญโดยผู้สื่อข่าวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือสายข่าวใดสายข่าวหนึ่ง

นอกจากนี้การรับเชิญควรมีจดหมายตอบรับอย่างเป็นทางการจากกองบรรณาธิการทุกครั้งโดยมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ หรือคำมั่นสัญญาใดๆ กับผู้เชิญว่านักข่าวต้องกลับมาเขียนรายงานหรือข่าวให้ในภายหลัง

6.2 งานเลี้ยงสังสรรค์ และการเลี้ยงในเทศกาลต่างๆ

ผู้สื่อข่าวสามารถไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานเลี้ยงในเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยแหล่งข่าวหรือบริษัทห้างร้านต่างๆ เฉพาะในกรณีที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ไม่ควรไปร่วมงานเพราะความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับผู้จัดงานหรือโดยไม่ได้รับเชิญ

ควรหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชน (Thank you press party) ยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่นเดียวกับการไปร่วมงานวันเกิดหรืองานฉลองในโอกาสต่างๆ ที่นักการเมืองหรือนักธุรกิจจัดขึ้น

ในกรณีที่เป็นงานเลี้ยงที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองจัดขึ้นในต่างจังหวัด กองบรรณาธิการควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของนักข่าว เช่น ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร และเบี้ยเลี้ยง ในการเดินทางไปร่วมงานนั้นเองทั้งหมด

ในกรณีที่ไปร่วมงานดังที่กล่าวข้างต้น นักข่าวต้องวางตัวให้เหมาะสมและไม่เรียกร้องใดๆ เป็นกรณีพิเศษ และจะต้องไม่ร่วมกิจกรรมที่อาจขัดต่อจริยธรรมหรือแนวปฏิบัติของกองบรรณาธิการ เช่น การร่วมจับสลากของรางวัล ขึ้นเวทีร้องเพลง ร่วมร้องเพลง หรือขึ้นเวทีกล่าวคำอวยพรเจ้าของงาน

6.3 การรับของขวัญที่มีมูลค่า

ผู้สื่อข่าวไม่ควรรับของขวัญที่มีมูลค่าสูง สินค้าตัวอย่าง เรียกร้องการยกเว้นค่าที่พัก บริการ ขอลดราคา หรือขอซื้อสินค้าราคาพิเศษ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับ

หากเป็นของชำร่วยที่แจกตามงานแถลงข่าวที่มูลค่าไม่สูง (ของ premium) เช่น พวงกุญแจ ที่ใส่ดินสอ ปฏิทิน และอื่น ๆ อาจจะรับไว้ได้ ที่สำคัญคือต้องใช้วิจารณญาณและสามัญสำนึกของการเป็นสื่อมวลชนที่ต้องทำหน้าที่เพื่อสังคมมากกว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตน

6.4 การแสดง หรือการแข่งขันที่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู

ผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่วิจารณ์การแสดง หรือทำข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันหรือการแสดงใด ๆ ที่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู สามารถรับบัตรผ่านประตูที่จัดไว้ให้สำหรับสื่อมวลชนได้ในจำนวนที่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ผู้สื่อข่าวคนอื่นที่ไม่ได้ทำข่าวนั้นหรือกระทั่งตัวบรรณาธิการเอง ไม่ควรเรียกร้องหรือร้องขอบัตรผ่านประตูจากผู้จัดงานโดยอาศัยสถานภาพการเป็นผู้สื่อข่าวหรือเป็นบรรณาธิการของสื่อในเครือฯ

6.5 ไม่รับสิทธิพิเศษเป็นสมาชิกสโมสรหรือองค์กรต่าง ๆ

ผู้สื่อข่าวไม่ควรรับส่วนลด หรือสิทธิในการเป็นสมาชิกสโมสรส่วนตัวหรือองค์กรต่าง ๆ ในกรณีที่การเป็นสมาชิกนั้น ๆ เกี่ยวข้องกับสถานภาพการเป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ที่สังกัด บริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสมัครเป็นสมาชิกให้กับผู้สื่อข่าว ในกรณีที่พิจารณาแล้วว่าการเป็นสมาชิกนั้น เป็นประโยชน์ต่อการทำข่าว

6.6 ไม่รับข้อเสนอให้ค่าตอบแทนหรือสิทธิพิเศษใด ๆ เพื่อการทำข่าว

ผู้สื่อข่าวต้องไม่รับค่าตอบแทน รวมทั้งต้องไม่เรียกร้องหรือร้องขอค่าตอบแทน หรือสิทธิพิเศษใด ๆ จากแหล่งข่าวเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน หุ้นราคาถูก หุ้นออกใหม่(IPO) หรือสิทธิพิเศษใดๆ เพื่อการทำข่าว หรือเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวต้องไม่รับค่าตอบแทน รวมทั้งต้องไม่เรียกร้องหรือร้องขอค่าตอบแทน หรือสิทธิพิเศษอื่นใดจากแหล่งข่าวเพื่อแลกเปลี่ยนกับการเขียนข่าวให้เป็นอันขาด

6.7 การขอยืมใช้อุปกรณ์ หรือมีผู้เสนอให้ทดลองหรือยืมใช้ (ส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อประกอบการเขียนวิจารณ์ หรือเพื่อถ่ายภาพประกอบสารคดี เช่น หนังสือ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าฯลฯ)

ผู้สื่อข่าวมักจะได้รับข้อเสนอสินค้าราคาพิเศษ การยกเว้นค่าบริการ หรือค่าสินค้าที่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับ ผู้สื่อข่าวไม่ควรใช้ประโยชน์จากข้อเสนอเช่นนั้น หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาบรรณาธิการเพื่อทบทวนนโยบายของบริษัท ตัวอย่างของสินค้า เช่น กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์ในการถ่ายรูป รถยนต์ เรือ เครื่องตกแต่งบ้าน อุปกรณ์กีฬา เครื่องใช้ต่าง ๆ และเสื้อผ้า ( และส่วนใหญ่มักจะเป็นของที่มีราคาสูง) ผู้สื่อข่าวสามารถใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อการทดสอบ หรือประเมินคุณภาพเพื่อจุดประสงค์ในการเขียนข่าว หรือเพื่อการถ่ายภาพได้ภายในเวลาที่กำหนด ต้องปรึกษาและได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการก่อนเสมอ

6.8 การเขียนคำชมสินค้าหรือบริการ

นอกเหนือจากการเขียนบทวิจารณ์ให้หนังสือพิมพ์หรือสื่อที่สังกัดแล้ว ผู้สื่อข่าวไม่ควรให้สัมภาษณ์หรือเขียนบทความในเชิงสนับสนุน หรือเขียนคำชมให้กับหนังสือ ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ สินค้า หรือการแสดงใด ๆ ที่ขัดต่อวิชาชีพ หรือให้กับสื่อที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับสื่อที่สังกัด เว้นแต่ว่าผู้สื่อข่าวผู้นั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบในกองบรรณาธิการ แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากบรรณาธิการอย่างเป็นทางการก่อนทุกครั้ง

6.9 การแข่งขันกับผู้สื่อข่าวจากองค์กรอื่น

ผู้สื่อข่าวต้องแข่งขันกับผู้สื่อข่าวจากสื่อหรือ สำนักพิมพ์อื่นอย่างตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์และโปร่งใส ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้สื่อข่าวจากสื่ออื่นโดยมีเจตนาจะบั่นทอนความพยายามในการทำข่าวของผู้อื่น

หากในข่าวที่รายงานจำเป็นต้องใช้ข้อเท็จจริงที่สื่ออื่นนอกเครือเนชั่นฯ เป็นผู้รายงาน ต้องบอกที่มาของข้อเท็จจริงนั้น ๆ ทุกครั้ง

6.10 ไม่พยายามรวมกลุ่มทำข่าวกับสื่ออื่น ๆ โดยไม่จำเป็น

ผู้สื่อข่าวไม่ควรรวมกลุ่มกันทำข่าว หรือทำข่าวเพื่อประโยชน์ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง และไม่ควรรับค่าตอบแทนในรูปใด ๆ ก็ตามจากคู่แข่งขัน หรือหน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์ใด ๆ เพื่อแลกกับการเขียนข่าว

6.11 การส่งผลงานเข้าแข่งขันชิงรางวัลและการประกวด

ผู้สื่อข่าว และช่างภาพจะส่งเรื่องหรือภาพที่ตีพิมพ์ หรือออกอากาศ ในสื่อที่สังกัด เพื่อเข้าประกวดชิงรางวัลใดๆ ได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาก่อน เว้นแต่ว่างานประกวดนั้นจะเป็นงานประกวดความเป็นเลิศด้านงานข่าวที่จัดโดยมูลนิธิที่ไม่หวังผลเชิงพาณิชย์

6.12 หลีกเลี่ยงการอ้างอิงบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษ

พนักงานไม่ควรใช้เครื่องเขียน (ซองจดหมาย กระดาษเขียนจดหมาย ฯลฯ) นามบัตร หรือ แบบฟอร์มต่าง ๆ ของบริษัทเพื่อจุดประสงค์อื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท

6.13 ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

ผู้ทำหน้าที่สื่อมวลชนทุกคนในเครือเนชั่น ฯ ห้ามใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในขององค์กรในตลาดหลักทรัพย์ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน เรียกร้องหรือรับหุ้นออกใหม่(IPO) หรือเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับนักลงทุนรายอื่นในตลาดหลักทรัพย์

เนื่องจากผู้สื่อข่าวเป็นอาชีพที่อยู่ในฐานะที่อาจได้ประโยชน์จากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และสามารถให้คุณให้โทษต่อภาวะการลงทุน จึงจำเป็นต้องมีข้อบังคับและข้อห้ามเป็นการพิเศษเพื่อให้เป็นไปตามจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ดังนี้

  1. ห้ามพนักงานหรือครอบครัวหรือคนใกล้ชิด แสวงหาประโยชน์ทางการเงินจากข้อมูลภายในของบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ก็ตาม โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่การงาน ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลนั้นๆ ต่อสาธารณชน

  2. ห้ามเขียนข่าวหรือบทความอันจะมีผลต่อการปั่นราคาหุ้น รวมไปถึงการละเว้นที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญเนื่องจากมีผลประโยชน์ทางการเงินอย่างลึกซึ้งกับบริษัทหรือธุรกิจนั้น

  3. พนักงานทุกคนจะต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นการเก็งกำไร และการลงทุนระยะสั้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะต้องถือหลักทรัพย์นั้นไว้อย่างน้อย 3 เดือน และต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทุกครั้งที่มีการซื้อ-ขาย

  4. ห้ามนักข่าว หัวหน้าข่าว และบรรณาธิการ ซื้อ-ขายหลักทรัพย์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่อยู่ในสายข่าวที่รับผิดชอบ

  5. ห้ามเรียกรับหรือยอมรับหุ้นจองที่มีการจัดสรรให้เป็นพิเศษเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น การจองซื้อหุ้นประเภทนี้จะต้องเป็นไปตามช่องทางปกติเหมือนนักลงทุนทั่วไปเท่านั้น

  6. ในกรณีที่มีการละเมิดหลักเกณฑ์ข้างต้นโดยไม่ตั้งใจจะต้องรีบ ชี้แจงเหตุผลต่อบรรณาธิการและดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติโดยเร็ว

  7. ผู้สื่อข่าวต้องไม่แสดงตนเป็นประชาสัมพันธ์ หรือ ผู้แทน รวมถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับสินค้า องค์กรหรือหน่วยงานใด ๆ อีกทั้งไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ที่เก็บค่าเข้าร่วมงาน แต่สามารถให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่โรงเรียนของบุตรหลาน พิพิธภัณฑ์ องค์กรการกุศลในชุมชน หรือองค์กรที่เกี่ยวกับศาสนาที่ตัวเองนับถือได้โดยได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อน

    นอกจากนี้ยังไม่ควรเป็นผู้จัดการด้านการเงิน หรือให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแก่บริษัทใด ๆ แต่สามารถช่วยสมาชิกในครอบครัวในการวางแผนด้านการเงินตามปกติได้เท่านั้น

Back to top

หมวดที่ 7 แนวทางปฏิบัติในเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองและกิจกรรมชุมชน
7.1 กิจกรรมทางด้านการเมือง

การไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทางด้านการเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในอาชีพการทำข่าว ซึ่งหมายความว่าพนักงานด้านข่าวของสื่อในเครือฯ จะต้องไม่เป็นสมาชิกกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใด ๆ และจะต้องไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในฐานะเป็นผู้สนับสนุนของกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวต้องรักษา 'ระยะห่าง' กับนักการเมือง กลุ่มการเมืองและพรรคการเมือง โดยหลีกเลี่ยงการมีสัมพันธ์พิเศษหรือใกล้ชิด เช่นการไปร่วมงานวันเกิด การรับประทานอาหาร หรือมีกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลข้างต้น ยกเว้นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่

ในกรณีที่ผู้สื่อข่าวมีญาติสนิท หรือผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น บิดามารดา บุตรธิดา คู่สมรส พี่น้อง ซึ่งเป็นสมาชิกหรือเป็นผู้สนับสนุนองค์กรทางการเมือง ควรแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวต้องทำข่าวหรือตัดสินใจเกี่ยวกับข่าวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือองค์กรเพื่อชุมชนนั้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวไม่ควรมีภาพปรากฏในข่าว หรือใบปิดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง หรือองค์กรสาธารณะ เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผู้สื่อข่าวมีส่วนได้ส่วนเสียกับพรรคการเมืองหรือองค์กรนั้น ๆ

7.2 กิจกรรมชุมชนและกิจกรรมทางสังคม

ผู้สื่อข่าวสามารถมีส่วนร่วมกับองค์กรทางสังคมหรือชุมชนที่ไม่เกี่ยวข้องการเมืองและมีเป้าหมายในการทำประโยชน์แก่สาธารณะได้ตามสมควร แต่ไม่ควรเป็นผู้นำในการหาเงินทุนให้กับองค์กรใด ๆ หากผู้สื่อข่าวมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้บังคับบัญชาหรือบรรณาธิการก่อน

Back to top

หมวดที่ 8 การปฏิบัติต่อ ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย

บุคลากรของสื่อในเครือฯ ต้องปฏิบัติต่อฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ตลอดจนฝ่ายอื่นๆ ของบริษัทฯ โดยใช้หลักการเดียวกันกับที่ปฏิบัติต่อผู้อ่านและแหล่งข่าว โดยเน้นความเป็นธรรม และความเคารพในบทบาทของกันและกัน

ถึงแม้ฝ่ายข่าวและฝ่ายอื่นๆ จะมีภารกิจร่วมกันในการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ แต่ต่างฝ่ายต่างก็มีความรับผิดชอบและหน้าที่เฉพาะของตัวเอง โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ควบคุมหรือพยายามชี้นำการทำงานของกันและกัน

การร่วมมือกันระหว่างฝ่ายข่าวและฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย เป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมตราบใดที่อยู่ในกรอบของจริยธรรมและหลักการในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายข่าว

Back to top

หมวดที่ 9 แนวทางปฏิบัติเรื่องลิขสิทธิ์ในชิ้นงาน และการรับงานนอก
9.1 การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ ผลงานทุกชิ้นที่พนักงานได้ทำขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นพนักงานของบริษัทและอยู่ในขอบข่ายของงานที่บริษัทได้ว่าจ้างมา ไม่ว่าจะได้ลงตีพิมพ์หรือไม่ ถือเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อบริษัทและเป็นสิทธิของบริษัทโดยสมบูรณ์ ผลงานเหล่านั้นพนักงานไม่สามารถนำไปขาย หรือจดลิขสิทธิ์ยกเว้นได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

9.2 การรับเชิญไปเป็นวิทยากรให้องค์กรอื่น ๆ

ถึงแม้การไปเป็นวิทยากร จะเป็นการสนับสนุนชื่อเสียงบริษัทอีกทางหนึ่ง แต่ผู้สื่อข่าวควรปรึกษาบรรณาธิการทุกครั้งก่อนรับคำเชิญ หากบรรณาธิการเล็งเห็นว่า การไปเป็นวิทยากรนั้นอาจทำให้เกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์กับกองบรรณาธิการ หรือมีผลกับภาพลักษณ์ของการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของกองบรรณาธิการ บรรณาธิการควรแนะนำให้ปฏิเสธคำเชิญนั้นด้วยความสุภาพ

ผู้สื่อข่าวที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรควรระมัดระวังในการกล่าวถึงกลุ่มคนหรือเรื่องใด ๆ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เช่น เรื่องศาสนา ความเชื่อทางการเมือง ฯลฯ

หากองค์กรหรือหน่วยงานที่เชิญไปเป็นวิทยากรให้ค่าตอบแทนแก่ผู้สื่อข่าวมากกว่า 3,000 บาท ผู้สื่อข่าวควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้บรรณาธิการทราบ

9.3 การรับ 'งานนอก'

ผู้สื่อข่าว และช่างภาพของเครือเนชั่น จะไม่สามารถรับทำงานพิเศษ ที่เป็นเรื่องในสายงานที่ตัวเองทำอยู่ ให้องค์กรอื่นถึงแม้จะไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับสื่อที่สังกัดอยู่ก็ตาม ยกเว้นในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการแล้วเท่านั้น

การรับ 'งานนอก' ไม่ควรเป็นเหตุให้เกิดการขัดแย้งใด ๆ ในส่วนงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งต้องไม่เป็นงานที่ทำให้ตัวเอง กองบรรณาธิการที่สังกัด และงานหลักที่ได้รับมอบหมายต้องล่าช้าหรือเสียหาย

การมีส่วนร่วมในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเข้าร่วมคณะผู้บริหาร หรือเป็นกรรมการในองค์กรการกุศล หรือแม้แต่องค์กรด้านสังคมสงเคราะห์ ไม่ว่าจะได้ค่าจ้างหรือไม่ ล้วนมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับบทบาทการเป็นสื่อ หรือสื่อที่สังกัด ผู้สื่อข่าวไม่ควรรับตำแหน่งกรรมการอย่างเป็นทางการให้กับการประกวดใด ๆ หากได้รับคำเชิญ หรือเสนอให้รับตำแหน่งใด ๆ ควรปรึกษาบรรณาธิการหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงก่อน

9.4 การไปปรากฏตัวในสื่ออื่น ๆ

ผู้สื่อข่าวไม่ควรไปปรากฏตัว หรือให้ข้อมูลแก่สื่อต่าง ๆ เว้นแต่ว่าจะไปในฐานะสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน เช่น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หรือสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ แต่ การไปปรากฏตัวหรือให้ข้อมูลดังกล่าวต้องผ่านความเห็นชอบจากบรรณาธิการก่อน ซึ่งจะต้องพิจารณาอนุมัติโดยดูที่ผลประโยชน์ และภาพลักษณ์ของเครือเนชั่นฯ เป็นหลัก ไม่ควรให้ใครไปปรากฏตัวในสื่อ ฯ หรือกิจกรรมใดก็ตามที่จะส่งผลให้ภาพพจน์ขององค์กรเสียหาย

ตัวอย่างงานหรือกิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ไปปรากฏตัวในฐานะพิธีกรให้กับรายการโทรทัศน์หรือรายการวิทยุที่เป็นรายการที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้ชมและสังคมส่วนใหญ่

  • การไปปรากฏตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เช่น การเมือง ศาสนา วิทยาศาสตร์ การแพทย์ ละคร ทัศนศิลป์ ภาพยนตร์ กีฬา ฯลฯ รวมถึงการให้สัมภาษณ์ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขันต่าง ๆ

ตัวอย่างงานที่ผู้สื่อข่าวควรได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน

  • การไปปรากฏตัวในสื่อโทรทัศน์ และวิทยุซึ่งบรรณาธิการเห็นว่าเป็นการสนับสนุนชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท การอนุญาตไปทำงานประเภทนี้ให้ถือว่าเป็นเวลาทำงาน หากองค์กรหรือหน่วยงานที่เชิญไปให้ค่าตอบแทนที่มีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท ให้ผู้สื่อข่าวแจ้งแก่บรรณาธิการทราบด้วย

  • การไปปรากฏตัวในสื่อโทรทัศน์ และวิทยุเพื่อตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีคุณค่าของข่าว หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสื่อที่สังกัดโดยตรง เช่น เรื่องทิศทาง แนวทางของสื่อ

  • การไปปรากฏตัวในสื่อโทรทัศน์ และวิทยุชุมชน หรือให้ข้อมูลแก่สิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้ขายโฆษณา เช่น สิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัย วารสารทางการศึกษา ฯลฯ

Back to top

หมวดที่ 10 แนวปฏิบัติสำหรับผู้สื่อข่าวด้านต่างๆ

นอกจากยึดหลักจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว (หมวด 1: จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ) ผู้สื่อข่าวด้านต่าง ๆ ยังมีแนวปฏิบัติเฉพาะดังต่อไปนี้

10.1 ผู้สื่อข่าวการเมือง

ผู้สื่อข่าวการเมืองมีหน้าที่ทำข่าวทางด้านการเมือง แต่ไม่มีหน้าที่หรือความจำเป็นที่จะต้องมีความสัมพันธ์พิเศษ หรือความใกล้ชิดเกินพอดีกับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น การรักษา'ระยะห่าง'ระหว่างนักข่าวกับนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การพบปะหรือร่วมสังสรรค์หรือร่วมรับประทานอาหารกับนักการเมืองเฉพาะกลุ่มหรือพรรคการเมืองบางพรรคเป็นประจำ โดยไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่การทำข่าว เป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่ควรจะหลีกเลี่ยงการรับสิทธิพิเศษหรือของขวัญที่มีราคาจากนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ก็เป็นการกระทำต้องห้ามเช่นเดียวกัน

ไม่มีความจำเป็นใดๆ ทั้งสิ้นที่ผู้สื่อข่าวจะต้องไปร่วมงานวันเกิดหรืองานเลี้ยงฉลองตำแหน่งของนักการเมือง เว้นเสียแต่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่

การปฏิบัติต่อข้าราชการและหน่วยราชการก็ให้ใช้หลักการเดียวกันกับการปฏิบัติกับนักการเมืองและพรรคการเมือง

10.2 ผู้สื่อข่าวด้านกีฬา

หากผู้สื่อข่าวกีฬาได้รับบัตรผ่านประตู หรือได้รับเชิญให้ไปทำข่าวควรรายงานอย่างชัดเจนว่า การเดินทางไปทำข่าวนั้น ๆ ได้รับเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานใด แต่ผู้สื่อข่าวกีฬาไม่ควรเรียกร้อง หรือร้องขอสิทธิพิเศษอื่นใดนอกเหนือจากที่ผู้จัดงานได้จัดไว้ให้แก่สื่อมวลชนทั่วไป

10.3 ผู้สื่อข่าวด้านวัฒนธรรม / อาหาร / แฟชั่น

ผู้สื่อข่าวไม่ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาชิ้นงานศิลปะ หรือการโฆษณาและการตลาดของงานศิลปะใด ๆ รวมถึงไม่ควรแนะนำหรือจัดหา ผู้จัดพิมพ์ ผู้อำนวยการสร้าง ตัวแทน หรือห้องแสดงผลงานให้กับนักเขียน นักเขียนบทละคร นักแต่งเพลง หรือศิลปินอื่น ๆ รวมทั้งไม่ควรแนะนำพ่อครัวให้กับเจ้าของร้านอาหาร หรือแนะนำนักออกแบบเสื้อผ้าให้กับผู้ผลิตเสื้อผ้า

ผู้สื่อข่าวไม่ควรรับตำแหน่งที่ปรึกษา กรรมการตัดสินรางวัล รวมทั้งไม่ควรรับรางวัลใด ๆ จากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ทำข่าว อีกทั้งไม่ควรร้องขอหนังสือ เทปเพลง หรือสิ่งของอื่นใดเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่ได้รับมาเพื่อใช้ในการเขียนบทวิจารณ์

10.4 ผู้สื่อข่าวด้านศิลปะ/รูปภาพ/เทคโนโลยี

ช่างภาพ บรรณาธิการภาพ ผู้กำกับศิลป์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ และบรรณาธิการฝ่ายเทคนิค ไม่ควรรับของขวัญ อุปกรณ์ โปรแกรม หรือสิ่งของใด ๆ จากผู้ขายหรือผู้ผลิต รวมทั้งไม่ควรให้คำรับรองตัวสินค้า หรือให้คำแนะนำเรื่องการออกแบบตัวสินค้าแก่บริษัทผู้ผลิต

ผู้สื่อข่าวสามารถทดสอบสินค้าได้ เมื่อบรรณาธิการอนุญาตเท่านั้น และต้องส่งคืนทันทีที่ทดสอบสินค้าแล้วเสร็จ เว้นเสียแต่ว่าบริษัทจะได้ซื้อสินค้านั้นไว้แล้ว

10.5 ผู้สื่อข่าวรถยนต์ การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการทดสอบและเขียนวิจารณ์

ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์อาจได้รับข้อเสนอให้รับรถยนต์ไปทดลองขับเพื่อจุดประสงค์ในการเขียนข่าว ซึ่งผู้สื่อข่าวต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบก่อนที่จะรับรถยนต์นั้นมาทดลองขับ และต้องดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพเดียวกับตอนที่ได้รับมาจากบริษัทผู้ผลิต หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบรถยนต์เพื่อการวิจารณ์แล้ว ผู้สื่อข่าวควรส่งรถยนต์คืนบริษัทผู้ผลิตทันที ไม่นำไปใช้ส่วนตัวก่อน หลักปฏิบัตินี้ใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นกัน

Back to top


2. จริยธรรมว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

บริษัทฯมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นโดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะดำเนินการอย่างโปร่งใส ยึดมั่นในคุณธรรม และอยู่ในกรอบของกฏหมาย กรอบนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท และการปฎิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน มีระบบบัญชีที่เชื่อถือได้ และเพื่อให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว บริษัทฯจึงยึดถือแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้

1.1 การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ
  • ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกรายเพื่อประโยชน์สูงสุดโดยรวม

  • บริษัทฯ บริหารจัดการ โดยนำความรู้ และทักษะการบริหารมาประยุกต์ใช้อย่างเต็ม ความสามารถ ทุกกรณี รวมทั้งการตัดสินใจดำเนินการใดๆ จะกระทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ

  • ไม่ดำเนินการใดๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อ เนชั่นกรุ๊ป

1.2 การเปิดเผยข้อมูล
  • รายงานสถานภาพและแนวโน้มในอนาคตของบริษัทฯต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอ และครบถ้วนตามความเป็นจริง

  • ไม่แสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและผู้เกี่ยวข้องโดยใช้ข้อมูลใดๆ ของบริษัทฯซึ่งยังไม่ได้ เปิดเผยต่อสาธารณะ

  • ไม่เปิดเผยข้อมูลลับอันจะนำมาซึ่งผลเสียของ บริษัทฯต่อบุคคลภายนอก

1.3 การประชุมผู้ถือหุ้น
  • จัดประชุมผู้ถือหุ้นในวัน เวลาและสถานที่ที่สะดวกต่อผู้ถือหุ้น

  • ส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมวาระการประชุมตลอดจนข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาศึกษาข้อมูลล่วงหน้าได้อย่างเพียงพอ และเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวในเว็ปไซด์ของบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะจัดส่งเอกสาร

  • ให้กรรมการทุกคน เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อฟังความคิดเห็นและตอบคำถามผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียง

  • อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนในการเสนอเพิ่มสาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนการประชุม

  • คณะกรรมการจะไม่เพิ่มวาระการประชุมผู้ถือหุ้น โดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถเสนอเพิ่มวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้า

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยผู้ถือหุ้นควรเสนอชื่อพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติ พร้อมหนังสือให้ความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อและส่งให้คณะกรรมการบริษัทล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีผู้ถือหุ้น

  • ประธานที่ประชุมจะจัดสรรเวลาให้เพียงพอ เหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

  • ในวาระการแต่งตั้งกรรมการ คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล

  • จัดทำรายงานการประชุมที่มีสาระสำคัญครบถ้วน พร้อมทั้งเผยแพร่รายงานการประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านเว็ปไซด์ของบริษัทภายใน 14 วัน

Back to top


3. จริยธรรมว่าด้วยความสัมพันธ์กับลูกค้า

บริษัทฯมีความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าและประชาชน ที่จะได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี มีคุณภาพ ในระดับราคาที่เหมาะสม รวมทั้งรักษาสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืน จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้

  1. มุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าให้ได้รับผลิตภัณฑ์และ บริการที่ดีมีคุณภาพในระดับราคา ที่เหมาะสมโดยยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

  2. เปิดเผยข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันต่อเหตุการณ์ และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ถูกต้อง รวมทั้งรักษาสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืน

  3. ให้การรับประกันสินค้าและบริการภายใต้เงื่อนไขเวลาที่เหมาะสม

  4. ส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพตามที่ได้เสนอต่อลูกค้า

  5. ส่งมอบสินค้าตรงตามเวลาที่กำหนด หากมีอุปสรรคที่ไม่สามารถส่งมอบสินค้าตามที่กำหนดได้ ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข

  6. จัดระบบเพื่อให้ลูกค้าและประชาชนสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าและ บริการและดำเนินการอย่างดี ที่สุดเพื่อให้ลูกค้าและประชาชนได้รับการ ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

  7. ไม่ค้ากำไรเกินควรเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพของสินค้าหรือบริการในชนิดหรือประเภทเดียวกัน และไม่กำหนดเงื่อนไขการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกค้า

  8. ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆที่มีต่อลูกค้าและประชาชนอย่างเคร่งครัด หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ต้องรีบ แจ้งให้ลูกค้าและประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข

  9. รักษาความลับของลูกค้าอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ รวมถึงไม่นำข้อมูลมา ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมิชอบ

  10. ให้เกียรติลูกค้า และติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ

Back to top


4. จริยธรรมว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างวัฒนธรรม และบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม มีนโยบายให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่พนักงาน จัดสรรสวัสดิการต่างๆที่เพียงพอและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้พนักงาน จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้

  1. ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ ให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

  2. ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมและเหมาะสม ตลอดจนจัดสวัสดิการที่พอเพียงและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงแก่พนักงาน

  3. ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ

  4. การแต่งตั้งโยกย้าย รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน ต้องกระทำด้วยความเสมอภาค สุจริตใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ และเหมาะสม รวมทั้งการกระทำหรือปฏิบัติต่อพนักงาน

  5. จัดอบรมสัมมนาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ ในการทำงานของงพนักงาน ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยให้โอกาสพนักงานอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

  6. รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค

  7. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด

  8. บริหารงานโดยหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงาน

  9. จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานเพื่อให้การปฏิบัติงานดำเนินไปด้วยความราบรื่น

  10. บริษัทฯเปิดโอกาสให้พนักงานที่รู้ว่ามีการกระทำเรื่องที่ส่อไปในทางผิดระเบียบของบริษัทฯ ขัดต่อหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ หรือขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบใดๆที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการบริษัทผ่านทางประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบได้ คณะกรรมการจะปิดชื่อพนักงานที่แจ้งเบาะแสนั้นเป็นความลับ

Back to top


5. จริยธรรมว่าด้วยความสัมพันธ์กับคู่ค้า

บริษัทฯคำนึงถึงความเสมอภาค เป็นธรรม และความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า มีจรรยาบรรณที่ดีในการดำเนินธุรกิจ จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังต่อไปนี้

  1. ปฏิบัติ ตามกฎหมายและกติกาต่างๆ อย่างเคร่งครัด

  2. ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆที่มีต่อคู่ค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักการของความสมเหตุสมผล

  3. ให้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้อง

  4. สนับสนุนและร่วมมือกับคู่ค้าในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

  5. สนับสนุนและร่วมมือกับคู่ค้าในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

  6. ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานรับหรือเรียกร้องผลประโยชน์ หรือ เสนอหรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในทางการค้ากับคู่ค้า

  7. รักษาความลับของคู่ค้า ไ ม่นำข้อมูลมาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมิชอบ

Back to top


6. จริยธรรมว่าด้วยความสัมพันธ์กับคู่แข่งทางการค้า

ธุรกิจที่เป็นการแข่งขัน บริษัทฯจะยึดถือกติกาของการแข่งขันที่ดีและจะยึดถือแนวทางปฏิบัติที่ดีและเป็นธรรม ดังนี้

  1. ประพฤติปฏิบัติตามกรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน

  2. ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวให้ร้ายโดยปราศจากความจริง หลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่งขัน

  3. ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม เช่น การจ่ายสินจ้างให้แก่พนักงานของคู่แข่ง เป็นต้น

Back to top


7. จริยธรรมว่าด้วยความสัมพันธ์กับเจ้าหนี้

บริษัทฯคำนึงถึงความเสมอภาค เป็นธรรม และความซื่อสัตย์ต่อเจ้าหนี้ทางการค้า และการปฏิบัติตามพันธะสัญญาในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร สถาบันการเงิน รวม ถึงการชำระค่าสินค้า บริการ เงินต้น และดอกเบี้ยจ่าย ดังนั้น จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดีและเป็นธรรม ดังนี้

  1. รักษาดูแลและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้โดยเคร่งครัด ทั้งในแง่การ ชำระคืนการดูแลหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเงื่อนไขอื่นๆรวมทั้งไม่ใช้เงินทุนที่ได้จาก การกู้ยืมเงินไปในทางที่ขัดกับวัตถุประสงค์ในข้อตกลงที่ทำกับผู้ให้กู้ยืมเงิน

  2. รายงานฐานะทางการเงินของบริษัทที่เป็นจริง และถูกต้อง แก่เจ้าหนี้ด้วยความซื่อสัตย์

  3. รายงานเจ้าหนี้ล่วงหน้าหากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญา และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

Back to top


8. จริยธรรมว่าด้วยความรับผิดชอบต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ในฐานะของผู้ผลิตสื่อ มีความห่วงใยถึงคุณภาพชีวิตและการบริโภคข่าวสารของคนไทย จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของการเสนอข่าวสารที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม รวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีความห่วงใยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งในประเทศไทย โดยนโยบายทางด้านจริยธรรมที่ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อมมีดังนี้

  1. นำเสนอข่าวสารที่เป็นความจริง และน่าเชื่อถือ โดยมีการฝึกอบรมการนำเสนอข่าวอย่างมีจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง

  2. ปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นผู้เสนอข่าวที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยนำเสนอทุกข่าวด้วยมุมมองที่สร้างสรรค์ ไม่ทำลายสังคม รวมทั้งเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ส่งเสริมการรู้อย่างเท่าทัน รู้ปัจจัยและผลกระทบต่างๆ ที่มีต่อคนในสังคม เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข

  3. ยึดมั่นในความถูกต้อง ความเป็นกลาง และความเที่ยงธรรมอันจะนำพาสังคมไปสู่ความสามัคคีและสงบสุข

  4. เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในสังคม ผ่านจุดยืนที่จะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงและเสริมสร้างพลังทางความคิดที่สร้างสรรค์ให้กับสังคมไทย

  5. สนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมและพนักงานทุกคนดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อให้สังคมพร้อมรับมือกับทุกปัญหาและสถานการณ์

  6. ส่งเสริมและเป็นสื่อกลางในการรณรงค์ให้ประชาชน ได้ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนขนมธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ให้ดำรงอยู่ เจริญรุ่งเรือง เพื่อสืบสานให้แก่เยาวชนในรุ่นต่อๆไป

  7. สนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม และปฎิบัติตามเจตนารมย์ของกฏหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเสริมสร้างค่านิยมของการมีคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงานโดยยกย่องพนักงานที่ทำความดี เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่มีความสุขในการทำงาน

  8. มุ่งเน้นการสร้างกิจกรรมทั้งภายในบริษัท และกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ ส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างพลานามัยและห่างไกลยาเสพติด อันได้แก่ กิจกรรมในด้านส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาของเยาวชน กิจกรรมการเรียนรู้ของสังคมและการพัฒนาตนเองของชุมชน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน กิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี บันเทิงและสันทนาการต่างๆ สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพอนามัยแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อการแสดงออกและการประกวดความสามารถด้านต่างๆของเยาวชนและประชาชน ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะพระพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำชาติ เป็นต้น ทั้งที่ดำเนินการเอง และร่วมมือกับรัฐ และชุมชน

  9. มีจุดยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการพยายามลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างเต็มที่ เป็นสื่อกลางในการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้กับคนในสังคมรวมถึงการสร้างจิตสำนึกทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานในองค์กร ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  10. สนับสนุนกิจกรรมที่จะเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย และกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จะช่วยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เพื่อรักษาธรรมชาติให้มีความงดงามและมีสภาพดีสืบไป

  11. ส่งเสริมการใช้และการอนุรักษ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง

Back to top

ส่วนที่ 4 การติดตามการดูแลให้มีการปฏิบัติ (Implementation and Enforcement and Mechanism)

  1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน มีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามจริยธรรมทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด

  2. ผู้ที่ปฏิบัติดี จะได้รับการยกย่องและให้รางวัล ผู้กระทำผิดจริยธรรมจะได้รับการลงโทษทางวินัย ตามแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการจะกำหนดต่อไป

  3. ในกรณีที่พนักงานมีข้อสงสัยในการดำเนินงานจะเป็นการกระทำผิดจริยธรรม สามารถส่งข้อร้องเรียนหรือสอบถามแนวปฏิบัติได้ที่

    • ผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น

    • ฝ่ายกฏหมาย

    • email ผ่านช่องทาง website ภายในบริษัท

    • ผู้ตรวจสอบภายใน

    • ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

  4. มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ในการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามจริยธรรม อย่างเคร่งครัด

  5. จัดให้มีการทบทวนจริยธรรมธุรกิจของบริษัทเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นประจำ

ส่วนที่ 5 ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯได้ทบทวนคู่มือจริยธรรมประจำปีฉบับนี้แล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552